วิธีเซฟแบตฯ อย่างง่าย

วิธีเซฟแบตฯ อย่างง่าย

 

คุณกำลังหาวิธีเซฟแบตเตอรี่ให้กับสมาร์ทโฟนแอนดรอยด์อยู่ใช่หรือไม่? ถ้าคำตอบคือ ใช่! วันนี้ตลาดโฟนมี 5 วิธีเซฟแบตสำหรับชาวแอนดรอยด์มาฝากกันค่ะ

ในยุคสมัยที่ใครๆก็ติดมือถือแทบจะวางไม่ลง หากต้องเสียบชาร์จแบตบ่อยๆ คงไม่ดีแน่ หรือหากโทรศัพท์ Android ของใครกำลังอยู่ในภาวะแบตเสื่อม หลังชาร์จแบตฯมาเต็มใหม่ๆ ใช้ได้ไม่ทันไรแบตก็ลดหมดไวสะงั้น หรือหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันฉุกเฉินขึ้นมาต้องเซฟแบตให้ได้นานที่สุด คุณต้องห้ามพลาดวิธีเซฟแบตต่อไปนี้

ตรวจดูว่ามีแอพฯอะไรใช้แบตเตอรี่เปลืองบ้าง

ตรวจดูว่ามีแอพฯอะไรใช้แบตเตอรี่เปลืองบ้างจะประหยัดแบตฯ ก็ต้องตามหาผู้ร้ายที่เป็นตัวกินแบตในเครื่องเราให้เจอเสียก่อน คุณสามารถทำได้โดยไปที่เมนู “Settings (การตั้งค่า) > Battery (แบตเตอรี่)” เราจะเห็นว่าแต่ละแอปพลิเคชั่นมีอัตราการใช้งานแบตเตอรี่เท่าไหร่บ้าง

หากมีแอพฯหรือฟังก์ชั่นการใช้งานใดที่เราไม่เคยใช้หรือไม่จำเป็นต้องใช้ก็ให้ถอนการติดตั้งออกจากโทรศัพท์มือถือของเราไปได้เลย

ปรับตั้งความถี่ในการรีเฟรชแอปพลิเคชั่น

วิธีถัดไปคือการควบคุมความถี่ในการรีเฟรชของแอพฯบางตัว อย่างเช่น แอพฯตรวจสอบอีเมลใหม่ จะมีการดึงข้อมูลใหม่อยู่เบื้องหลัง ซึ่งถ้าหากมีความถี่ในการดึงข้อมูลบ่อยครั้งก็จะทำให้แบตเตอรี่ของคุณหมดเร็วขึ้น

ดังนั้นให้เข้าไปปิดการรีเฟรชที่เมนู "Settings (การตั้งค่า) > Account (บัญชี)" และยกเลิกการเลือกซิงค์ข้อมูลอัตโนมัติเพื่อป้องกันไม่ให้อุปกรณ์ Android ของคุณซิงค์กับบัญชีอีเมล Google (และบัญชีอื่นๆ ) โดยการทำงานแบบดึงข้อมูลเบื้องหลังอัตโนมัติ

ตั้งค่าการหมดเวลาหน้าจอให้สั้นลง

ตั้งค่าการหมดเวลาของหน้าจอหรือ Screen Timeout ให้สั้นลงตามเวลาที่เหมาะสมสำหรับคุณ ซึ่งหากเดิมคุณตั้งค่าการดับหน้าจอไว้ 1 นาที แล้วปรับให้ลดลงเหลือ 15 วินาที มันก็จะช่วยประหยัดพลังงานได้มากกว่าเดิมถึงสี่เท่าแล้ว ซึ่งก็จะทำให้แบตเตอรี่ใช้งานได้นานขึ้นนั่นเอง

ใช้แสดงการแจ้งเตือนแบบขณะล็อคหน้าจอ

การแจ้งเตือนขณะการล็อคหน้าจอหรือวิดเจ็ตล็อคหน้าจอช่วยประหยัดแบตเตอรี่ได้ เพราะคุณสามารถดูการแจ้งเตือนของคุณได้ทันทีโดยไม่ต้องเปิดทั้งหน้าจอ

วิธีนี้จะมีประโยชน์อย่างมากหากคุณได้รับการแจ้งเตือนจำนวนมากในแต่หนึ่งวัน โดยเมื่อมีข้อความแจ้งเตือนเด้งขึ้นมาที่หน้าจอคุณก็สามารถอ่านได้เลยโดยที่ไม่ต้องกดเปิดและปลดล็อค สะดวกแถมยังช่วยเซฟแบตได้อีกด้วย

ปิดบริการที่ไม่ได้ใช้งาน

บางครั้งเราลืมที่จะปิดการใช้งานบริการบางอย่าง เช่น WiFi, GPS, Bluetooth หลังจากเลิกใช้งานแล้ว โดยเราอาจไม่ทราบว่าจะส่งผลเสียต่อแบตเตอรี่ ส่วนใหญ่บริการเหล่านี้จะทำการสำรวจอยู่ตลอดเวลาเพื่อค้นหาอุปกรณ์บลูทูธในบริเวณใกล้เคียงหรือหาการเชื่อมต่อ WiFi หรือค้นหา GPS แม้ว่าจะไม่ได้ใช้งานแอปพลิเคชั่นอะไรที่เกี่ยวข้องในขณะนั้นเลยก็ตาม

ดังนั้น เมื่อไม่ได้ใช้บริการเหล่านี้ก็ควรปิดให้เรียบร้อยและเปิดใหม่เมื่อต้องการใช้งานจริงๆ จะช่วยคุณประหยัดแบตโทรศัพท์ได้เยอะเลย

 

สรุป

หากโทรศัพท์มือถือของใครแบตเสื่อมมากจริงๆ ก็แนะนำให้เปลี่ยนเครื่องใหม่จะดีที่สุดค่ะ นอกจากจะได้ไม่ต้องรำคาญกับการเสียบชาร์จบ่อยๆ แล้ว สิ่งสำคัญที่สุดก็คือเรื่องความปลอดภัย เพราะแบตเตอรี่ที่เสื่อมสภาพหมดอายุการใช้งานจะมีโอกาสเสี่ยงต่อการระเบิดได้ง่าย ไม่คุ้มค่าที่จะเอาชีวิตไปเสี่ยง

ลองเลือกซื้อสมาร์ทโฟนมือสองคุณภาพดีๆ ที่เว็บไซต์ตลาดโฟนได้ค่ะ www.taradphone.com มีให้เลือกเยอะเลย ราคาไม่แพงมาก แต่สภาพแบตทนทานใช้งานได้ดีแน่นอน สนใจสอบถามข้อมูลเบื้องต้นได้ที่เพจ TaradPhone ตลาดโฟน ซื้อขาย ประมูลมือถือ

ที่มา : https://bit.ly/2VnBCgc

 

คลิกเพื่อเข้าชมเพจ http://bit.ly/TaradPHONE